Narattapat 的个人资料It's all about ME照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
It's all about MEJust take a step into my personal space, then u'll know "Me"... 11月27日 Thailand gonna be peaceful once again...I hope my country gonna be peaceful once again when that "guy" died. Do u know who am I talking about? He is the one who seems to be the cause of everything. Once he was in the election, I think rich person wouldn't corrupted becoz he's got more. Right now, I realize that I'm fool. He's got more but it's not more enough. He is so greedy. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. I hate him. There's not enough space to illustrate how much I hate him. How can u breath happily on this world? Don't u feel any guilty? How can u dare to stay in the light? If I were u, I would have left this world peacefully. Then, the world will be saved from sinking under the water . I'm so lucky that I don't have a daddy like u. It would be a curse to be surrounded by money, but having u as a dad. ซักวันประเทศไทยคงสงบสุข แค่เพียง"เขาคนนั้น"ตายจากไป รู้ไหม "เขาคนนั้น"หมายถึงใคร "เขาคนนั้น" เป็นต้นเหคุของปัญหา ครั้งแรกที่ "เขาคนนั้น" ลงสมัครรับเลือกตั้ง ฉันคิดว่า "เขาคนนั้น"รวยอยู่แล้วคงไม่โกงกินชาติบ้างเมืองหรอกเพราะเขามีทรัพย์สินมากมาย ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันช่างโง่เขลา "เขาคนนั้น"มีมาก ไม่ได้แปลว่ามีมากพอ อยากได้ อยากมี อยากเป็น ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" ฉันเกลียด "เขาคนนั้น" พื้นที่เพียงเท่านี้ไม่เพียงพอที่จะบอกว่าฉันเกลียด "เขาคนนั้น" มากเพียงใด "เขาคนนั้น"ยังอยู่บนโลกนี้อย่างชื่นบานได้อย่างไร "เขาคนนั้น"ไม่รู้สึกอายบ้างหรือ ทุกวันนี้ "เขาคนนั้น"ยังปรากฏตัวในที่สาธารณะได้อย่างไร ถ้าฉันเป็น"เขาคนนั้น"ฉันคงลาโลกนี้ไปอย่างสงบ หากเป็นอย่างนั้นจริง แผ่นดินคงสูงขึ้น ฉันโชคดีนักที่ไม่มีพ่อแบบ"เขาคนนั้น" มันคงเป็นคำสาป หากห้อมล้อมด้วยทรัพบ์สินเงินทองแต่ต้องมีพ่อแบบ "เขาคนนั้น" 10月12日 ตำรวจสมองถั่วเค้าว่ากันว่า
หากจะดับทุกข์ต้องหาให้เจอก่อนว่า...
อะไรคือเหตุแห่งความทุกข์นั้น... ตอนนี้... ฉันทุกข์เหลือเกิน... ทุกข์... เพราะบ้านเมืองที่ฉันเคยภูมิใจ... ว่าบ้านนี้เมืองนี้... สงบสุขหนักหนา...
บัดนี้... ไม่ต่างอะไรกับสนามรบ... พี่น้องร่วมสายเลือด... ห้ำหั่น... เข่นฆ่า... ราวกับว่าเป็นข้าศึก... ศัตรู...
ฉันหาเหตุ... อะไรกันหนอ... สิ่งใดหนอ... ใครหนอ... ทำให้บ้านฉันเป็นแบบนี้.... เพราะเค้าคนนั้นรึเปล่า.... คนที่ไม่มาฟังศาลอ่านคำพิพากษา.... คนที่บิน...หนีไปลอนดอน
เค้าบอกว่า... เค้าบริสุทธิ์ เค้าบอกว่า... เค้าทำงานสุจริต เค้าบอกว่า... ถูกกลั่นแกล้ง เค้าบอกว่า... ศาลไทย... ไม่ยุติธรรม หรอ... มันเป็นอย่างนั้นหรอ...
ในสายตาฉัน... ศาลไม่ถูกซื้อ... ในสายตาฉัน... ศาลยุติธรรม... ในสายตาฉัน... ศาลเที่ยงตรง...
ถ้าวันนั้น... เค้าไม่หนีไป... ถ้าวันนั้น... เค้าอยู่สู้ความจริง
วันนี้... พี่น้องอาจไม่ต้องฆ่ากัน... วันนี้... เลือดคงไม่อาบถนน....
พรุ่งนี้... จะเป็นอย่างไร... วันจันทร์... จะเป็นอย่างไร....
อนาถใจหนักหนา... ตำรวจเกษียณนายหนึ่ง... คิดจะยึดทำเนียบคืน... โดยใช้กำลัง... กะเกณฑ์ไพร่พล... ราวกับจะทำสงครามใหญ่... คงจะเคยชิน...กับการใช้กำลัง... เกษียณราชการไป...สมองไม่ได้ใช้ จนหดหาย...เหลือเท่าเมล็ดถั่ว...
เลือดอีกกี่หยด... แขนขาอีกกี่ข้าง... ดวงตาอีกกี่คู่... อีกกี่ชีวิต... ที่จะโดนทำลาย... ด้วยเมล็ดถั่วนี้....
ฉันอยากจะตื่น.... ตื่นจากฝันร้าย... เมื่อไหร่แสงอาทิตย์จะมา... 10月10日 เหนื่อยละเกิน....เหนื่อยเหลือเกินกับภาวะวุ่นวายทางการเมือง เหนื่อยเหลือเกินกับการรับรู้ถึงการบาดเจ็บ การสูญเสีย ต้องมีคนเจ็บอีกกี่สิบ พิการอีกกี่ร้อย ตายอีกกี่พันคน ถึงจะเพียงพอ ชั้นคิดอยู่เสมอว่า ถ้าชั้นเจอโจร เจอผู้ร้าย ชั้นจะปลอดภัยหากเจอตำรวจ แต่ตอนนี้.... ชั้นไม่คิดอย่างนั้นแล้ว อยากรู้เหลือเกิน ใครกันหนอ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์อัปรีย์เช่นนี้ ทำไมเลือดอันบริสุทธิ์ของประชาชนต้องอาบถนน ชั้นรู้สึกเหมือนผู้คนที่อยู่กลางสนามรบตอนนี้เป็นแค่หมากตัวนึง ที่ผู้คุมเกมใช้เดินโดยไม่ได้คำนึงว่า นั่นคือมนุษย์ มีเลือดเนื้อ ชั้นยังสงสัยอีกว่า ทำไมอาวุธยุโธปกรณ์ที่ซื้อจากภาษีประชาชนถึงกลายมาเป็นอาวุธ ทีใช้ทำร้ายประชาชน ใครกันหนอ ที่ทำให้ถนนกลายเป็นสนามรบ อะไรทำให้คนไทยต้องถืออาวุธเข่นฆ่ากันเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บาดเจ็บ เพื่อนชั้นมักจะเหมารวมเอาเสมอว่า "ตำรวจเลว" แต่ชั้นกลับคิดว่า ในส่วนที่เลวนั้น ย่อมมีส่วนดี อะไรจะเกิดขึ้น หากเหตุการณ์ที่เกินขึ้นวันนี้มีมือที่สามอยู่เบื้องหลัง หากที่คนอื่นคอยเสี้ยมให้คนไทยเอาเขาชนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะทำอย่างไร คนไทยเหมือนกัน ควรรักและสามัคคีกัน คนไหนทำชั่ว รู้ตัวแล้วช่วยถอยไปไกลๆ ช่วงก่อนหน้านี้ซักระยะ หากชั้นมีโอกาสไปทำบุญหรือไว้พระที่วัดใด ชั้นอธิษฐานทุกครั้งว่า "ขอให้บ้านเมืองสงบสุขซักที หากมีอ้ายอีตัวใด คิดคดทรยศต่อชาติ ขอให้มันผู้นั้น ฉิบหายย่อยยับ เจอเหตุอัปปรีย์ มีอันเป็นไปด้วยเถิด" แต่พอชั้นได้ข่าวว่าคนๆนึงกำลังเป็นมะเร็งตับ ชั้นเริ่มรู้สึกว่า แรงอธิษฐานนั่นมีผลจริงหรือ น่าสงสารจัง นี่คงเป็นทางเดียวที่ช๊านจะทำได้ "รักเธอนะ ประเทศไทย" 10月8日 To the world...To the world…
Decades ago, Thailand used to be a peaceful country. Right now, Bangkok, the capital of Thailand seems to be like a battlefield. It’s worse when the soldiers in that field are not really our enemies of other countries, but they are enemies of the same blood. Why? I keep asking myself. Why? Why those people have to set a parade anti those politicians. Is it fun to spend overnight in that official building? Is it happier to sleep on the lawn, not on the luxury bed? To tell the truth, most of PAD members are not uneducated. They are well-educated. Some of them are doctors, pharmacist, business-people and so on. Why those corrupted politicians can live happily? Don’t they feel a bit embarrassed? Don’t they feel guilty? Don’t they ever feel ashamed with what they have done? This politician problem is originally caused by only one people. It’s very easy to get the information about this person, the one who used to buy the football team. I don’t have any personal conflict with him. I used to admire hi m as a brilliant and successful businessman. The first time he was in the election field, I didn’t qualified since I was not 18 yet, and I thought if I could, I would vote for him. Fortunately, the second time he competed for the PM, I can vote, but I was grown up enough to know that even the rich can corrupt. When he has more, he needs more. He is so talented to run a company, but Thailand is country not his own company. Few months ago, he fled out of his mother country because his wife was judged to be jailed for co-corruption. He wrote a statement declared that the court is not fair. How could that be? It could be the intelligent of our Beloved King, once he royally gave a speech to the judged team, he told them to judge every case with accuracy. The team did a mater-piece work to serve the King. But that man fled away, though he said he would never flee. Please, the British ambassador or the government. Please send him back. Don’t let him stay safely in your country. Hundreds of people are now hurting because of him. If he is genuinely innocent, I believe that he is going to be safe. I know that Thailand is a democracy country, but our democracy is not the genuine one. People in urban who are away from the cities do not understand the system enough. They sell their vote only 500 baht. Is democracy at that cheap? If that so we should better don’t be democratic.
Please send him back for the judgment! If he can stay peacefully in your country I’m going to believe that his money can buy anything, but not death!!!
7月22日 Am I too feminist???I would confess that I really hate the concept of male-dominated society. I never think that I would have to face it myself. What would u do if u r a hungry daughter get into the kitchen cook not only for yourself. The amount of the food would be enough for at least three or four people, but u put it in a large bowl. Then, ur mom asked if u have any of them left because she wants ur brother to eat FIRST. Then u answer "No". She still insist asking ur brother to eat it FIRST. The problem is not that the food couldn't relieve ur hunger. The point is that why the son should eat before the daughter. Why don't that mom askes u to put some of them into other dish? Why women have to eat what men left. I don't understand why women have to worship men why why and why. What makes men stay in the higher position than women? The answer is the women themselves. I hate it. Really Really hate it. 5月24日 Looking for "ME"...Have u all ever asked urself how & who u r?
I'm now feeling like I'd walked so far far away from ME...
It's so far that I don't even know how I'm used to be.
I'm afraid to dream of tomorrow
and also I don't know what I'm really appreciate to do.
I'm now looking for "ME" to get back to be "ME"...
I've walked far far away from me...
Don't even remember how i used to be..
I'm now looking for da real "ME"...
from...
A girl who has lost her mind... 3月30日 วันนี้...วันนี้วันเกิดฝน Happy Birthdayนะจ๊ะ.... มีความสุขมากๆนะ ไม่ค่อยได้คุยกันเลยเนอะ
วันนี้มานั่งอ่านblogเก่าๆ ชั้นร้องไห้อ่ะแก ไม่รู้ว่าร้องไห้เพราะซาบซึ้งในสิ่งที่พวกแกทำ หรือซาบซึ้งในคำพูดของพวกแก หรือเพราะนึกถึงความเสียใจที่มันเกิดขึ้นเมื่อก่อน คงบอกได้แค่ชอบคุณพวกแกทุกคน ขอโทษที่ทำตัวแบบนี้ ขอโทษที่พักนี้ไม่ค่อยได้โทรหาหรือไปเจอพวกแกเลย
จุ๊ ขอโทษนะ แกกลับมาเราก็ไม่ค่อยได้ไปเจอแกเลย คิดถึงแกนะ อย่าคิดว่าพูดแค่ว่าคิดถึงเพื่อให้แกไม่โกรธ คิดถึงจริงๆ
ฝน ขอโทษที่วันนั้นไม่ได้ไปเจอแกที่งานเก๋ ทั้งๆที่เรารู้ว่าแกจะไป แล้วแกก็ไม่ค่อยได้ออกมาตอนกลางคืน แต่เราก็ยังไม่ยอมไปเจอแก ขอโทษนะขอโทษ
วี ดา เทป เต้ หนึ่ง ขอโทษๆ ขอโทษที่ไม่ค่อยได้ไปเจอ คิดถึงอยากบอกพวกแกว่าคิดถึง คิดถึงมากๆ ไม่ได้พูดเพราะกลัวพวกแกโกรธ กลัวพวกแกไม่รักเรา แต่เพราะคิดถึงพวกแก คิดถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน เชื่อว่าพวกแกทุกคนคงมีความสุขดี
เมย์ แคมป์ แนน ขอบคุณๆๆ ขอโทษด้วย เค้าหายไปจากชีวิตตัวเองเลยใช่มั้ย เค้าขอโทษ
ยังรักพวกแกทุกคนเหมือนเดิมนะ
12月7日 Last Update...It has been a real long time that I hadn't write anything about myself and also hadn't practice my writing skill. There are many things in my life which are changed.
I'm now not working in the office anymore, but the gold shop. All of you probably won't believe that I could do that kind of job. All of you may think that selling gold is imappropiate to me. I also agree with that idea. One more think I need to update is that I lost my beloved cellphone. It's my own false. There's no one should be blamed.
Miss everyone na. 6月26日 ทับแก้ว...เมื่อวันศุกร์กลับไปม.มา เข้าไปในม.แล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก อบอุ่น ตื้นตัน มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ขับรถวนไปหน้าคณะ เข้าโค้งที่จะแยกเข้าคนอ. น้ำตาไหล บอกไม่ถูกว่าทำไม ว้าเหว่ เคว้งคว้าง กลัว เหงา เจ็บปวด คิดถึงตอนเรียนอยู่ มีความสุขอยู่กับเพื่อนๆ
เราผิดเอง เราขอโทษ เพิ่งรู้ "ถูกลืม" เจ็บแบบนี้เอง ขอโทษ ขอโทษ เราผิดเอง
พิมไป น้ำตาคลอ เสียใจ ขอโทษ
รู้ไว้นะ เสียใจ
รักพวกแกหว่ะ เราไม่ดีเอง 2月24日 คราวซวย...เฮ้อ ปุ้ยปวดใจ เมื่อวานตอนเย็นเลิกงาน ก็ไปนั่งชิวๆกินกาแฟร้านแถวบ้าน นั่งๆอยู่ได้ยินเสียง โครม! แล้วก็หันไป เห็นTaxiเก่าๆสีแดง-น้ำเงินชนตูด Taxi Altisสีน้ำเงิน เรื่องของเรื่องคือ Taxiสีน้ำเงินเค้าจอดของเค้าอยู่นิ่งๆอ่ะนะ แล้วอีแดงน้ำเงินมาจากไหนไม่รู้ ทำท่าเหมือนจะจอด อยู่ๆก็ชนตูด Taxi Altisสีน้ำเงินซะงั้น อ่ะ งงอ่ะซิแล้วเกี่ยวอะไรกับปุ้ย อ่ะๆ ฟังต่อนะ
เราก็ยังคงนั่งดูดBlack Canyonอย่างสบายอารมณ์ แล้วก็มีคนพูดว่า "คันดำโดนมั้ยวะ" อ๊ะ อารัยจะซวยขนาดนั้น ไม่โดนหรอกมั้ง ตุ้มบอกว่า ไปดูเหอะ เหอๆๆ กรูเดินไปดู "น้องออสกรู แงแง สเกิร์ตแหก แงแง" เท่านั้นไม่พอ มองไปที่ตูดน้องออส(กันชนนั่นเอง) แงแง น้องออสตูดแหกหง่ะ แงแง ปวดใจ พี่ตุ้มก็เลยให้จัดการเรียกประกันซะ บุญของรวีวรรณที่พี่ตุ้มอยู่ด้วย ไม่งั้น ไม่มีใบขับขี่จะซวยหนัก
เห็นมั้ย อยู่เฉยๆก็ซวยได้ กรรมของกรู
ระหว่างรอประกันของTaxi (ยี่ห้อเหมือนแม่น้ำสายหลักของกรุงเทพ(ไม่ระบุเพราะกลัวโดนฟ้อง) แม่ง ไม่สมควรเป็นบริษัทประกันภัยอีกต่อไป ประกันกรูมาตั้งแต่ 6.30 ประกันแม่งมา 2 ทุ่มครึ่ง) พี่ตุ้มเล่าให้ฟังว่า ตอนชน เห็นรถคันสีฟ้ามันถอยหลังก็เริ่มเอะใจ แงแง กรูเซ็ง ทามมายน้องออสกรูต้องตูดบาน กรูอยู่ของกรูเฉยๆ กินกาแฟอยู่ดีๆ กำลังสุขใจเลย
เอาวะ ดีกว่าเจ็บตัว
ขอบคุณนะที่ตัวเองไม่ทิ้งเค้า ให้เค้ายืมใบขับขี่ด้วย ขอโทษนะ ไม่ได้อ่านหนังสือเลยอ่ะ ต้องมานั่งรอเป็นเพื่อนเค้า
"...ตัวเองจัง" 2月21日 My 1st Valentine's...น้องblogจ๋า เค้าขอโทษนะ ที่เอาแต่เขียนเรื่องเศร้า เอาแต่ระบายใส่ตัวเอง วันนี้เอาเรื่องhappyไปมั่งละกันนะ
คิคิ เค้าเคยบอกมั้ยว่าตั้งแต่โตเป็นสาวมาไม่เคยได้ให้แล้วก็ได้รับของขวัญวันวาเลนไทน์จากแฟนมาก่อน ทำไมอ่ะหรอ อิอิ ก็ไม่เคยคบใครเลยปีใหม่ไง พอคบไม่ถึงปีใหม่ ก็หาใหม่ได้ไม่ทันวาเลนไทน์ 555 อะไรประมาณนั้น
ปีนี้อ่ะหรอ เค้ามีคนที่เค้าอยากให้อะไรซักอย่าง ก็... รู้ๆกันอยู่ว่าใครใช่ป่ะหล่ะ อยากรู้ว่าเค้าให้อะไรก็โทรมาถามเป็นการส่วนตัวนะ ก็แค่อยากให้คนรับเค้ารู้สึกว่า เค้ามีเราอยู่ข้างๆตลอด คิดถึงก็หยิบมาฟังเสียงเราไ้ด้ ไรเงี้ย อิอิ เขินๆ รู้สึกดีนะที่ได้ให้ คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่าจะให้อันนี้หล่ะ ดีนะที่หาตัวแปลงfileเจอ ไม่งั้นจบเห่
ภาคผู้รับ-> คนอื่นอาจไปฉลองวาเลนไทน์ด้วย dinnerสุดหรู แต่เรา ไปกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท ที่กินด้วยกันบ่อยๆ ก็... เค้าขับรถมารับตอนเที่ยง บอกว่ามีไรมาฝาก เห็นแล้วต้องอิ่มกินไม่ลงแน่ๆเลย เราก็อารายวะ ยิ่งหิวๆอยู่ เดาว่าต้องเป็นของกินแน่นอน ขึ้นไปบนรถ เ็ห็น sandwich ไส้ปูอัดอันนึง ก็.. อ๋อ งง ทามมายเห็นsandwichแล้วต้องน้ำตาไหล ปรากฎว่าพอหันไปที่เบาะหลังตกใจ แงแง ดอกไม้วางอยู่บนเบาะ ชอบๆหง่ะ กุหลาบสีขาว ตัวช่อสีขาว เขินๆ ไม่รู้จะทำไง เก็บอาการ ทำเป็นนิ่งไปมา คิคิ เจงๆดีใจ เพราะไม่เคยมีใครให้มาก่อนในชีวิต คิคิ เขินๆ ทำไง ทำไง จะบอกว่าชอบก็เขิน เหอๆๆ ก็เลยนิ่งๆ ไม่รู้คนให้จะเสียใจป่าว จริงๆชอบนะรู้ป่าว กลับจากกินก๋วยเตี๋ยวก็เอาเข้ามาในoffice คนแห่มาดูกันตูม เขินๆ ไว้ในรถก็กลัวเหี่ยวหง่ะ แงแง
พอตอนเย็นก็เจอกันอีกรอบ แกะของขวัญกัน ของขวัญที่ต่างก็รู้กันว่าในกล่องคืออะไร เพราะอารมณ์เก็บความลับไม่เก่งทั้งคู่ ซื้อมาแล้วตื่นเต้นอยากรีบให้ มีการบอกใบ้ให้ทายก่อนถึงวาเลนไทน์ว่าซื้ออะไรมา คิคิ พอจำได้ว่าเคยบ่นว่า ตอนเด็กๆอยากได้นาฬิกา swatch ก็ยังอุตสาห์จำได้ จำได้ว่าบ่นไปครั้งเดียวเองนะ คิคิ ซื้อสีฟ้ามาให้ รู้ใจเจงๆ ที่ชอบที่สุดคงเป็นcardมั้ง ก็แค่card centralธรรมดาๆ แต่ที่ชอบ ก็แค่คำ 4 คำ บนcardนั่นหล่ะ
ตอนเค้าฟังของที่เราให้ เอาหน้าซุกผ้า แอบร้องไห้อ่ะดิ ซึ้งใช่ป่ะหล่ะ ก็เค้ารู้สึกอย่างงั้นเจงๆนินา เก็บไว้ดีๆนะ อย่าฟังบ่อยหล่ะเดี๋ยวเบื่อนะ
"ขอให้รักต่อจากนี้ ให้รักเราผลิบาน ให้ฟ้าช่วยประทานพร ดลบันดาลต่อจากนี้ ให้สองเราผูกพัน เกิดเป็นความทรงจำที่(ดี)
และเมื่อฉันได้พบเธอ ก็เหมือนโลกหยุดหมุนทุกสิ่งพลัน สวยงามเมื่อเจอเธอ อาจจะเป็นแค่ครั้งเดียวที่ฟ้ากำหนดมา จนทำให้ฉันได้เจอ" 2月6日 อีกหนึ่งความเสียใจ...ไม่ต้องแปลกใจนะ ถ้าครั้งนี้มันจะไม่เหมือนครั้งก่อนๆ
ไม่ต้องแปลกใจนะ ถ้าครั้งนี้ปุ้ยจะไม่โทรไปตื้อเหมือนที่แล้วๆมา
มันเป็นความรู้สึกผิด ผิดมากๆ ปุ้ยรู้แค่ว่า ปุ้ยไม่ควรโทรหาตุ้มอีกต่อไป
มันเป็นความรู้สึกผิด ที่เค้าทำให้คนที่เค้ารัก แล้วก็รักเค้าเสียใจ
มันเป็นความผิดที่หนักที่สุด ที่ไม่รู้จักคนที่เรารักดีพอ
มันเป็นความผิดที่สุด ที่มองคนที่เรารักผิดไป
ถึงปุ้ยอยากจะกลับไป ถึงตุ้มจะยอมให้ปุ้ยกลับไป
ความรู้สึกที่ตุ้มให้ปุ้ยมันก็คงไม่เหมือนเดิม
ไม่ไหวหรอกนะ มันเสียใจเกินไป เค้าผิดเอง เค้าขอโทษ เสียใจ...วันนี้... ฉันกำลังนั่งเสียใจกับสิ่งที่ฉันพูดและทำลงไปเมื่อวาน
วันนี้... ฉันกำลังเสียใจที่พูดไปไม่ระวังในสิ่งที่พูด
วันนี้... ฉันเสียใจ ที่ทำให้คนที่ฉันรักเสียใจเพราะไม่ระวังคำพูดของตัวเอง
ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายความรู้สึกของคนที่ฉันรัก ฉันพูดไปเพราะความเป็นห่วง ฉันกลัว กลัวว่าคนที่ฉันรักจะทำอะไรลงไปเพราะขาดสติ ฉันผิดเองที่ฉันรู้จักเค้าไม่ดีพอ ฉันผิดเอง ที่กลัวว่าเค้าจะทำในสิ่งที่เค้าพูด
จริงๆแล้ว ฉันคงเป็นคนรักที่แย่ ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่พยายามเรียนรู้คนที่ฉันรัก ฉันคงเป็นคนโง่ ที่ดูไม่ออกว่าคนที่ฉันรักเป็นยังไง ฉันอาจรักใครไม่เป็นนอกจากตัวเอง
จากนี้ไป ฉันจะลองรักตัวเองดูบ้าง อีกไม่นาน ฉันคงได้ไปเติบโต การลองไปใช้ชีวิตคนเดียวอาจทำให้ฉันโตขึ้นได้บ้าง ฉันอยากโตพอ ที่จะทำให้คำแนะนำของฉันดูน่าเชื่อถือ ดูมีเหตุผล ไม่ใช่ความติงต๊อง เป็นเด็กไม่รู้จักคิด
อยากบอกว่ามันทรมาณนะ กับการที่รู้สึกว่าตัวเองโตแล้ว แต่คนที่เรารักกลับมองว่าเราเป็นเด็กน้อย ไม่มีความคิด คิดอะไรตื้นๆ มันเจ็บ เจ็บจริงๆ รู้มั้ย ความรู้สึกของการเป็นคนไร้ความสามารถ ไม่มีความคิดในสายตาของคนที่เรารัก มันแย่ขนาดไหน มันเศร้านะ มันเศร้า
ไม่ว่าวันต่อไป เค้าจะยังรักฉันอยู่รึเปล่า รู้ไว้นะ ว่า "ตัวเอง เป็นคนที่ทำให้เค้ากลัว กลัวที่จะรักใคร"
รู้ไว้แค่ว่า เค้าไม่เคยเสียใจเลย ที่รักตัวเอง
1月18日 เธอ.... คนที่ฉันรักตุ้ม เค้าอยากบอกกับตัวเองว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา เกือบๆ 5 เดือน เค้ามีความสุขมาก ถึงช่วงแรกๆ เค้าจะแค่คิดไปเองว่าตัวเองรักเค้า แต่อยากจะบอกว่า ตั้งแต่ช่วงที่เราคบกันตอนเดือนพฤศจิกา เค้ามั่นใจว่าตัวเองเป็นคนรักที่ดี ตัวเองดูแลเค้า ตัวเองcareเค้า ตัวเองcareความรู้สึกเค้า ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ถึงตัวเองจะอยากปิดเครื่อง จะไม่อยากฟังเค้าพูด แต่สุดท้ายตัวเองก็ทนไม่ได้ เค้ารู้ตัวเองกลัวเค้าร้องไห้ เค้ารู้ตัวเองกลัวเค้าไม่สบายใจ ตัวเองพาเค้าไปสู่โลกใหม่ๆ พาเค้าไปในที่ๆเค้าไม่เคยไป พาเค้าไปในที่ๆเค้าอยากไปที่สุด ถึงมันจะแค่ 5 เดือน แต่มันเป็น 5 เดือนที่เค้ามีความสุขมากๆ เค้ารู้สึกถึงรักที่ตัวเองให้มา เค้าอยากจะบอกตัวเองว่า เค้าไม่เสียใจเลยนะที่รักตัวเอง
ต่อไป ไม่มีเค้าอยู่ข้างๆแล้ว ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน ใจร้อนไปไม่มีประโยชน์ มีแต่พังกับพัง ใจเย็นลงบ้างเค้าเป็นห่วง เวลาเดิน ก็ระวังนะ ดูพื้นมั่ง เดี๋ยวสะดุด เค้าอยากให้ตัวเองเรียนให้จบ อย่างน้อยเวลาจะไปต่อโทจะไม่ลำบาก ฝันอะไรไว้ก็ทำให้ได้นะ อย่าทิ้งฝันหล่ะ
เค้าขอโทษ ที่ช่วงที่คบกัน บางครั้งตัวเองอยากให้เค้าอยู่ข้างๆ แต่เค้าอยู่ด้วยไม่ได้ ตอนตัวเองไม่สบาย เค้าก็ไม่ได้ลางานไปเฝ้า รู้ไว้นะว่า เค้าอยากอยู่ข้างๆตัวเองทุกนาที เค้าอยากดูแลตัวเอง อย่างน้อยนั่งอยู่ข้างๆตัวเองคงทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น เค้ายังคงอยากมีคอนโดริมทะล ยังอยากไปดูพลอยกับตัวเอง ยังอยากใช้ชีวิตกับตัวเองไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เค้ายังอยากฟังตัวเองเล่า เวลาเจอเรื่องแปลกๆในบ้าน ยังอยากฟังตัวเองบ่นเวลาคนขับรถปาดหน้า ยังอยากฟังเวลาตัวเองเล่นกับเกี๊ยวซ่า
เค้าขอโทษถ้าคนรอบข้างเค้า ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี ตัวเองรู้ไว้เถอะว่าตัวเองมีค่า อย่าประเมินค่าของตัวเองจากที่คนอื่นมอง คนอื่นไม่รู้จักเราดีเท่าคนรอบข้างของตัวเองหรอก อย่างน้อย ในฐานะคนที่เคยอยู่ข้างตัวเอง จะขอบอกว่า ตัวเองมีค่าที่สุดสำหรับเค้า และมันจะเป็นอย่างงั้นต่อไป
เค้ารู้นะที่ตัวเองจะไป เพราะตัวเองรักเค้า ตัวเองไม่อยากให้เค้ามีเรื่องกับที่บ้าน
เค้าอยากให้ตัวเองรักเค้ามาก ขนาดที่จะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน เค้าอยากมีอนาคตกับตัวเอง
"เค้ารักตัวเองนะ" 1月17日 เรื่องของ "วี"ขอที่ระบายหน่อยนะเพื่อน
1月8日 ขอบคุณนะ....วันนี้มีความสุขจัง ได้รับemailจากคนคนนึง อ่านแล้วน้ำตาคลอ น้ำตาจะไหลก็ว่าได้ สู้ๆนะที่รัก ตัวเองมีเค้าอยู่ข้างๆเสมอนะเค้าก็รู้สึกดีมากๆนะที่มีตัวเอง ขอให้เรามีวันข้างหน้าที่ดี สาธุ 1月2日 ทะเล ทะเล เย้ เย้เค้าไปบางแสนมา ออกจากกรุงเทพไปตั้งแต่เช้าวันที่ 30 แล้ว ถึงบางแสนกลัวหาที่พักไม่ได้ ก็เลยรีบ ตกลงก็พักที่บางแสนรีสอร์ท โคตรดีใจได้ห้องพัก เก็บของเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นริมหาด หาซื้อโคม(แบบที่ลอยกันตอนลอยกระทงปีก่อนอ่ะ จำได้ป่าว) มื้อแรกที่บางแสน กินข้าวผัดกระเพรา อันนี้เป็นเมนูแนะนำนะทุกท่าน ร้านจะอยู่ตรงข้าม 7-11 ข้างๆ The Tide Resort เค้าติดป้ายชื่อไว้ นามสกุลโพธิ์งาม กินข้าวเสร็จก็ขับรถขึ้นเขาสามมุข หาที่ปล่อยโคม ปล่อยไปสองอัน สวยดี มีรไฟเย็นด้วย ติงต๊องมั้ยหล่ะ ก็ดีนะ อารมณ์เหมือนลอยเรื่องทุกข์ๆไปให้หมด แล้วก็ไม่รู้จะทำไร เลยกลับห้องหง่ะ เมาๆๆ เมาอีกแล้ว แย่เจงๆเลยตรู
ตื่นเช้าวันที่ 31 ลงไปทานข้าวซัก 8 โมงได้ แล้วก็ไปขี่จักรยานเล่น ขี่ไปไกลถึงจุดชมวิวเลย พอกลับมาก็เลยขับรถไปพัทยา ห้าง Royal Gardenมั้ง ถ้าจำไม่ผิด shop กระจายเพราะโบนัสออก ไปunder water world มาด้วย คนเยอะจัง แต่ก็เก๋ดี พลาดๆ ไม่ได้เอาโทรสับเข้าไป ไม่งั้นถ่ายรูปกลับมาให้ดู กลับมาบางแสนซัก 4 โมงเย็นได้ นั่งผ้าใบชายทะเล กับข้าวรสชาติกลืนไม่ลงมากๆ อยากเล่น Scooterก็ไม่มีให้เล่น คนก็เยอะ แถมมันมากันก็เปิดเพลงเสียงดังน่ารำคาญ พอมืด ก็เอาโคมมาจุด มีแต่คนเดินมาถามว่า ซื้อโคมจากไหน อิอิ มีแต่คนอยากเล่นมั่ง คืนนี้มีงานcount downที่บางแสน แต่เราไม่ได้อยู่ตรงงานหรอก เราขึ้นไปปล่อยโคมบนเขาสามมุข คาดว่าปล่อยไป 9 อันนะ กะจะปล่อยพร้อมกัน 9 อัน แต่จุดไม่ทันหว่ะ อยู่บนเขาได้ยินเสียงดอกไม้ไฟเต็มไปหมด แต่ไม่เห็น เพราะเขาบัง สุดท้ายเราก็ได้เริ่มต้นปีใหม่กับพี่ตุ้ม เหอๆๆๆ
สาธุ ขอให้มันเป็นปีใหม่ที่มีแต่เรื่องดีงาม
วันสุดท้ายไม่อยากกลับเลย อยากอยู่ต่อ ตอนเช้าไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ คนละอารมณ์กะที่ไปเมื่อวานคนเยอะมา เห้นแล้วหมดอารมณ์ดูปลาเลย จากบางแสนก็ขับไปพัทยาอีกรอบ ประหนึ่งมันอยู่ใกล้กัน ไปแถวๆเขาพระตำหนัก ที่พักดูเป็นส่วนตัว ดูดีงาม สรุปแล้วรวีวรรณ พลาดหง่ะ ไม่คิดว่าที่นี่คนจะน้อย ดูเป็นส่วนตัว ชอบๆ ลมก็เย็นดี สงบก็สงบ จากโคซี่ ก็พัทยาปาร์ค รู้งี้นะ จะยอมเสียตังค์เพิ่มอยู่หาดแถวนี้ดีกว่า คนก็น้อย ของเล่นก็เยอะ ไม่ต้องเบื่อเหมือนอยู่บางแสนด้วย
แต่สำหรับเรา จริงๆมันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก แค่อยู่ข้างๆคนบางคน ไม่ว่าจะที่ไหน เราก็มีความสุขแล้ว
ไว้เดี๋ยวจะเอารูปมาลงให้ดูนะจ๊ะ
12月26日 เศร้าก็มันเศร้าจริงๆ จะให้ทำยังไง ต้องทำยังไง ทางออกคือทางไหน วันข้างหน้าจะเป็นไง ไปไม่ถูก ตอบไม่ได้ ใครช่วยหน่อย คงไม่มีใครช่วยได้ คงมีแต่เรากับเค้าที่จะบอกได้ว่ามันจะไปทางไหน แต่ทำยังไง ในเมื่อมันจะไปคนละทางกัน เราอยากเดินไปข้างหน้าไปพร้อมๆเค้า เค้ากลับอยากเลี้ยวซ้ายแยกทางกันเดิน
มันจะเศร้ามั้ย ถ้าคนที่เรารัก จะเดินจากเราไป เพราะคนที่เรารัก ผิดหรอ มันเป็นความผิดของเราหรอ ที่มีแฟนที่ ทั้งเพื่อน ทั้งพี่ไม่ชอบ เราผิดใช่มั้ย เราถึงต้องมารับกรรม รับความรู้สึก แล้วก็มีความรู้สึกแบบนี้ มันเสียใจมากนะรู้มั้ย เสียใจมากๆ ไม่รู้ว่าอ่านคำว่าเสียใจ จะรับความรู้สึกเสียใจของเราได้ถึงครึงรึเปล่า
เค้ารักตัวเองมากไปหรอ เค้ารักเราไม่มากพอหรอ ปุ้ยรู้แต่ว่า คนเรามีlimitต่างกัน ตรงนั้นอาจเป็นที่สุดของเค้าแล้ว เค้าให้ค่าของศักดิ์ศรีมากกว่าความรัก เราให้ค่ากับความรักเหนือสิ่งอื่น เรารู้ดีว่า มันไม่ฉลาดนัก
รู้มั้ย ที่ผ่านมา ตั้งแต่เสียใจเพราะคนคนนึง เราคิดมาตลอดว่า เวลารักใคร จะรักแค่ครึ่งนึง เวลาเสียใจจะได้ไม่เสียใจมาก รู้อะไรมั้ย เราคิดว่าเราทำได้ แต่พอมาเจอคนนี้ ไม่รู้ทำไม มันทำไม่ได้ จะทำยังไง ก็ให้ไปหมดแล้ว ที่มันเพิ่มขึ้นมา ก็ให้เพิ่มทุกวัน แล้วปุ้ยจะทำยังไง แล้วปุ้ยจะทำยังไง แล้วปุ้ยจะทำยังไง ใครบอกปุ้ยที
รู้แต่นาทีนี้ปุ้ยอยากร้องไห้ อยากร้องดังๆ ร้องๆๆ ไม่รู้ว่าร้องแล้วได้อะไร รู้แต่น้ำตามันจะไหล น้ำตามันไหล เราปาดมันออก มันก็หยดมาใหม่
ใครก็ได้ช่วยปุ้ยด้วย 12月13日 ช่วงเวลาที่เป็นสุข...ไม่ได้ up blog ซะนาน ถ้าลองสังเกตจาก entry ที่ผ่านๆมาจะเห็นว่ามีแต่เรื่องเศร้าๆ ดังนั้น อนุมานได้ว่า ช่วงที่ผ่านมา happy อยู่เลยไม่ได้มาเขียนระบาย จะว่าไปก็น่าสงสาร blog เป็นแค่ที่ระบาย ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะคิดเหมือน blog เรารึเปล่า กำลังคิดกันอยู่รึเปล่าว่าปุ้ยเป็นอะไร กำลังโกรธปุ้ยอยู่รึเปล่า ไม่สบายใจเลยอ่ะ เราทำร้ายพวกแกอยู่รึเปล่า เฮ้อ 11月8日 คนคนนึงฉันเชื่อว่า... มีคนๆนึงที่ถูกสร้างมาเพื่อคู่กัน
และก็ยังเชื่ออีกว่า คนๆนั้นถูกสร้างมาเพื่อรักเราคนเดียว
ฉันเห็นแก่ตัวไปรึเปล่า (ขอบอกก่อนว่าที่กำลังพูดถึงเนี่ย คือรักแบบแฟนอ่ะ)
ฉันแค่ไม่พร้อมที่จะต้องshareความรักแบบนี้กับใคร
มันทำให้กลายเป็นคนขี้ระแวง
มันทำให้เหมือนคนเป็นโรคประสาท กลัวนั่น กลัวนี่
ไม่รู้ซิ มันเป็นไปได้ใช่มั้ย ที่จะรักคนสองคน ในเวลาเดียวกัน
ถึงมันจะเป็นไปได้สำหรับคนอื่น แต่มันเป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน
ขอเวลาอีกนิด แล้วฉันจะกลับมาเป็นคนเดิม
คนที่หยิ่งและเห็นค่าในตัวเอง
คนที่ไม่ต้องยอม ไม่ต้องง้อ ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้
คนที่ไม่ต้องนั่งน้ำตาคลอ แค่เพียงเพราะกำลังระบายสิ่งที่ตัวเองคิด
คนที่ไม่ต้องร้องไห้ แค่เพราะคิดว่าเค้ากำลังอยู่กับใคร
คนที่ไม่กลัว แค่เพราะใครกำลังจะก้าวเดินออกไปจากชีวิต
นี่ฉัน... โง่ รึเปล่า ที่เชื่ออะไรๆ ที่เค้าพูด
นี่ฉัน... บ้า รึเปล่า ที่ทำอะไรแบบนี้
ฉันอยาก... เดินออกมาจากที่ๆฉันยืนอยู่
ฉันอยาก... หลุดออกจากโลกที่เหมือนเป็นแค่ฝัน
ฉันอยาก... กลับมาเป็นคนเดิม
มีใครมั้ย... ที่จะช่วยดึงฉันกลับมา... ให้ฉันกลับมาเป็นตัวเองซักที 11月1日 Living (Pessimistic Version) ..."Killing is too good for you. You get to live...forever." ไปเจอ quote นี้ มาจาก City Of Angel ไม่ใช่หนังนะ คาดว่าจะเป็น series หง่ะ พออ่านแล้ว โอ้ว การมีชีวิตอยู่มันเป็นเรื่องทุกข์ขนาดนี้เลยหรอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงคิดว่า มีชีวิตอยู่มันดีจะตาย ไม่เห็นจะอยากรีบตายเลย กลัวตายด้วยซ้ำ แต่พอมาวันนี้ เฮ้อ ไม่ใช่ว่าอยากตายนะ แค่รู้สึกว่า การมีชีวิตอยู่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันไม่เหมือนตอนเรียนแม้แต่น้อย
ตอนเรียนไม่ต้องคิดไรมากมาย ตื่นเช้าก็ไปเรียน ตื่นสาย ขี้เกียจเรียน ฝนตกก็ไม่ไป ความรับผิดชอบที่แบกไว้มันไม่มากมาย คนรอบข้างน่ารัก อบอุ่น สุขใจ รอบล้อมอยู่ในสังคมที่จริงใจ ถึงจะมีเรื่องผลประโยชน์บ้าง แต่มันก็ไม่หนักหนาเหมือนตอนนี้ มุมมองที่มีต่อ "ชีวิต" ตอนนั้น มันสวยงาม ตื่นเต้นที่จะออกมาเจอโลกกว้าง คิดว่า "ชีวิต" มันไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นหรอก แล้วก็ไม่เคยคิดว่า คนที่จะออกมาเจอจะโหดร้าย
พอจบออกมา เริ่มทำงาน ชีวิตมันซ้ำซากจำเจ คนรอบข้างก็อะไรก็ไม่รู้ คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว "ชีวิตชั้นจะไปทางไหน" แล้วต่อไปชั้นจะทำยังไง" "แล้วชั้นจะได้เรียนต่อมั้ย" "แล้วชั้นจะไปเรียนอะไร" "ชั้นจะทำงานที่นี่ ที่ๆมีแต่เงินทองและความสบาย หากแต่หาความเจริญทางสติปัญญาไม่ได้แม้แต่น้อย" เรากำลังรู้สึกว่า เป็นคนไม่มีจุดมุ่งหมายของชีวิต มันจะเป็นงั้นได้ไง ก็ในเมื่อเรามี ตอนนี้"ชีวิต"เรามันมีแต่ความกลัว เรากลัวว่าวันข้างหน้าจะไม่มีความสุข กว่าว่าวันข้างหน้าจะต้องทุกข์
กลับไปพูดถึงเรื่อง quote ต่อ ตามความคิดของเรา Live foreverคงเป็น great pain ถ้าไม่มองว่าในช่วงการมีชีวิตอยู่จะต้องเจออุปสรรค ลอบร้อมด้วยคนแย่ๆแล้ว การมีชีวิตยืนยาวยังมีทุกข์อีกอย่างคือ การที่เราเห็นคนที่เรารักจากไปทีละคน ลองนึกสภาพซิ สมมติเป็นคนที่อมตะ ต้องมองลูก เห็นหลานตายไปทีละคนๆ พอเริ่มรู้จักคนใหม่ๆ ก็ต้องมองเห็นคนพวกนั้นจากไปอีก เหมือนเป็นวงจรอุบาทว์ มันคงปวดใจดีพิลึก
PS.* ที่ up blogวันนี้เพราะมีใครคนนึงทักว่าไม่ค่อยได้upเลย
** ไม่ได้upมานาน จริงๆแล้วไม่รู้จะเขียนอะไรดี ไม่อยากให้ดูเหมือนเป็นอะไรที่ชีวิตจมอยู่แต่กับความเศร้า
*** รู้สึกว่าพักนี้หมกมุ่นกับเรื่องของตัวเองมากเกินไป เลยอยากลองเขียนอะไรที่มันไม่เกี่ยวกับตัวเอง และความรัก ดูบ้าง แต่สุดท้าย ก็คงเห็นแล้วว่าเราทำไม่ได้ เฮ้อ เมื่อไหร่จะเลอกนึกถึงแต่ตัวเองนะเรา
10月10日 ดื่มให้ตัวเองอีกที กับรักที่.. เพิ่งผ่านพ้นไป...คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ไปPartyซับน้ำตากับเพื่อนๆมา จะบอกว่า Happyที่สุดในโลกเลย ไปเจอวีกับตี่ที่เดอะมอล 1 ใน 2 คนนี้พูดว่า เราดูเป็นคนอกหักที่ร่าเริงนะเนี่ย จากนั้นก็ไปต่อรถที่ศาลาแดง เดินเล่นรอดาไปมา แล้วก็ตัดสินใจว่าไปซื้อของรอดีกว่า ชะตาฟ้าลิขิต ที่สถานีรฟม.พหลโยธิน อธิกก็เดินมาพร้อมเพื่อนๆ เจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วก็แยกไปshop ซื้อของอะไรกันไปมา ทำสุกี้กินกัน ถึงห้องปุ๊บ เพื่อนๆเตรียมสุกี้หั่นผัก เด็ดโน่นเด็ดนี่ พอเริ่มต้ม เราก็เริ่มทำความสะอาดกะเพราะอาหาร ก็แบบว่า รีบกิน รีบเมา รีบร้องไห้ รีบลืม ได้มั้ยหล่ะ ระหว่างที่รอให้กึ่มได้ที่ เพื่อที่จะเล่าตำนานรักให้เพื่อนฟัง ก็กินสุกี้กันไปมา ระหว่างนั้นก็มีคนสองคน จุ๊กับฝน สองคนที่เราอยากให้อยู่ในห้องนั้นด้วย โทรเข้ามาหา ซักสี่ทุ่มครึ่งก็เริ่มเปิดมหากาพย์เศร้าเคล้าน้ำตา จำได้ว่าตอนนั้นยังมีสติอยู่มากมาย เล่าได้ละเอียดและถูกต้อง จนคิดว่าละเอียดเกินไปป่าววะ แล้วก็ออกไปดูวิวนอกห้อง กรุงเทพสวยมากๆหง่ะตอนกลางคืน มองออกไปเห็นตึกช้าง แสงไฟสวยเต็มไปหมด ลมเย็นพัดมา โอ้ว บรรยากาศดีเลิศ แต่ท่าทางคราวนี้จะเมาจริงจัง เพราะจำไม่ได้เลยว่าพูดอะไรไปบ้าง รู้แต่ว่า ร้องไห้ไปมาตลอดเวลา ครั้งนี้ คงเป็นครั้งที่เมาที่สุดตั้งแต่เกิดมา ก็ความจำมันหายไปทั้งpartเลยหง่ะ จำไม่ได้ว่าทำอะไร พูดอะไร หรือที่จำได้ก็จะเป็นเสี้ยวๆหง่ะ ต้องเอามาปะติดปะต่อกัน มีภาพนึงนั่งร้องไห้ที่ริมระเบียง แล้วมันก็warpไปเลย เป็นภาพนั่งคุยกับเทปแล้วก็ร้องไห้กันไปมา
โผล่มาอีกทีตอนเช้า ลืมตาขึ้นมาปุ๊บ โอ้ว ที่นี่ที่ไหน เอ๊ะ ทำไมห้องมันเล็กลง เห็นเต้นั่งพิมงานอยู่ปลายเตียง งงมาก เอ๊ะ คอมที่เห็นเมื่อคืนมันไม่ได้เป็นอย่างงี้นินา งงมาก เคยเห็นอารมณ์ในละครเวลาตื่นขึ้นมาแล้ว "เอ๊ะ ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย" รึเปล่า เป็นอย่างงั้นเลย เดินไปเข้าห้องน้ำ ส่องกระจกแล้วอยากกรี๊ด ตาฉันหรอเนี่ย บวมอะไรขนาดนี้ ตอนแรกกะอาบน้ำเลย ก็อยากไปดูเพื่อนสนิทกะเพื่อนๆนินา ไหนๆก็ตื่นแล้ว ตอนตื่นมายังรู้สึกว่าเมาอยู่เลย เต้บอกว่านอนต่อก่อนเถอะ ก็เลยนานต่อ ตื่นมาอีกที สิบเอ็ดโมง
**************************โอ๊ย พิมรอบที่สามแล้วนะเนี่ย ใจคอจะไม่อยากให้เพื่อนๆรู้ใช่มั้ยเนี่ย****************
วันนี้มาเล่าต่อ(12 Oct 05) หลังจากที่เมื่อวานพิมไปสามรอบ เซ็งมากขอบอก
ตื่นมาก็ได้เวลาเผาปุ้ยพอดี มันสามารถแยกได้เป็นหลายประเด็นทีเดียว * เอ๊ะ ปุ้ยมาห้องเต้ได้ยังไง อ๋อ ก็แกจะมาGood Night Kiss ... ไง อ่ะหรอ แล้วชั้นมากับใคร มายังไงเนี่ย อ้าว ก็ขึ้นliftมากับดาไง เฮ้ยเจงเด่ะ * เออ เมื่อคืนโทรหาจุ๊ด้วยนะ เฮ้ย จริงอ่ะ เออ ตี่เติมเงินในโทรสับปุ้ยอยู่ตั้งนาน แล้วรู้มั้ย โทรไปกี่โมง ตีสองเมืองไทย ก็ตีสามปักกิ่ง เฮ้ยจริงอ่ะ คุณเมทปุ้ยขอโทษ แล้วเค้าคุยอะไรกะตัวเองหรอ * อีกคนที่น่าจะงง พี่นิดไงแก ตีสามแกโทรไป เพ้อๆแล้วอยู่ๆก็ตัดสายทิ้งซะงั้น เฮ้ย จริงหง่ะ แงแง กรรมของพี่นิดแท้ๆเลย * นี่ๆ เมื่อคืนแกวิ่งลงบันไดหนีไฟด้วยนะ วิ่งตามจับกันใหญ่เลย เฮ้ย อำป่าววะ * ตอนจะนอนบ่นว่าหนาว แล้วก็เอาผ้าม้วนๆๆๆ จนกลายเป็นหมูห่อสาหร่ายไปซะงั้น ไม่เห็นรู้เรื่องเลยหง่ะ แงแง
จริงๆคงมีอีกหลายอย่างที่ปุ้ยจำไม่ได้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์มีอะไรก็postเล่าไว้มั่งนะ อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำหว่ะ ฮาดี
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคน ทั้งที่อยู่ในห้องวันนั้น แล้วก็ไม่ได้อยู่ การมีพวกแกเป็นเพื่อนมันเป็นสิ่งมีค่าจริงๆ วี -> ขอบคุณนะเมิงที่ยอมอดดูบอล มาฟังLove epicไร้สาระของตรู ดา -> ขอบคุณที่ดื่มเป็นเพื่อนนะ ขอบคุณที่อยู่ตรงนั้นหว่ะ ตี่ -> ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ ตี่รู้เรื่องนี้ละเอียดที่สุด คนอื่นอย่าน้อยใจนะเว้ย เราแค่เห็นตี่เป้นผู้มีประสบการณ์ทางนี้หง่ะ เลยปรึกษาตี่เยอะหน่อย เต้ -> เป็นอีกคนที่รู้เรื่องค่อนข้างละเอียด ขอบคุณจริงๆแก สำหรับ ผ้าห่ม ผ้าปู เหนื่อยนักก็พักนะ หนึ่ง -> ขอบคุณสำหรับสถานที่อันดีงาม ชอบหว่ะ ถึงแกจะมาช้า แถมมาแล้วโดนกรูกัดอีก แต่อยากให้รู้ว่าการเป็นตัวเลือกมันปวดใจ เพราะฉะนั้น อย่าให้ใครเป็นตัวเลือก และอย่าไปเป็นตัวเลือกของใคร ถ้าแกมีรักดีๆอยู่กับตัวแล้ว จะไปมองหาอย่างอื่นทำไม เทป -> คงเป็นครั้งที่ร้อยที่เราจะพูดกับแกอย่างงี้ ขอบคุณจริงๆนะแก ถึงเราจะจำทั้งหมดที่แกพูดไม่ได้ แต่มันมีsenseอ่ะแก แกทำให้เรารู้สึกดีจริงๆนะ "เป็นเพื่อนกันมันดีแล้วจริง" จุ๊+ฝน -> ถึงแกไม่ได้อยู่ในห้องนั้น ชั้นรู้แกอยากมา ขอบใจสำหรับการโทรมา ขอบใจที่ห่วงกัน ชั้นก้อห่วงพวกแกนะ พี่นิด -> ขอบคุณที่ห่วงกันค่ะ คงเป็นโชคร้ายที่พี่นิดมีน้องสาวติงต๊องอย่างนู๋หง่ะ ขอโทษเจงๆนะคะ ที่วันนั้นโทรไปกวนอ่ะ พี่ตุ้ม -> ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่ผ่านมา จะเก็บไว้แต่ความรู้สึกดีๆนะ อย่างน้อยตัวเองก็ทำให้เค้ารู้ว่า "รักจากเพื่อนมันดีเจงๆ"
อยากบอกว่าการร้องไห้เป็นการปลดปล่อยและการระบายที่ดีอย่างนึง เราก็ไม่แน่ใจว่า ที่เรารู้สึกสบายใจขึ้นขนาดนี้ มันเพราะเราได้ร้องไห้ หรือมันเป็นเพราะความรู้สึกดีๆที่พวกแกให้เรามา ที่ผ่านมาเราอาจเก็บกด อัดอั้น เก็บไว้ข้างในมากเกินไป พอได้ร้องไห้ระบาย มันก็เลยสบายใจขึ้นเยอะเลย
มันไม่ใช่ว่าชั้นเป็นพวกขาดรักหรือครอบครัวไม่อบอุ่นนะแก familyชั้นยังอบอุ่นเสมอ แต่ปุ้ยแค่คิดว่า Love painมันเป็นเรื่องไร้สาระเกินไปที่จะเอาไปให้คนที่บ้านรู้สึกกังวลหน่ะ เพื่อนๆคนอื่นก็เหมือนกัน อย่าน้อยใจที่ไม่ได้มีส่วนในPartyนี้ เราแค่รู้สึกว่ามันไร้สาระเกินไป แค่นั้นเอง
"กลับมาเป็นฉันคนเก่า ที่เหงาในบางวัน แต่ไม่เคยต้องร้าวราน และร้องไห้ให้ใคร"
ปล. ผู้อยู้ในเหตุการณ์ทั้งหลาย ถ้ามีเวลาว่างพอช่วยเขียนเล่าให้ฟังได้มั้ย อยากรู้เรื่องนี้จาก Point of viewอื่นมั่งหง่ะ รออ่านอยู่นะเว้ย
10月8日 ตอนจบ (จริงๆ)และแล้วเราก็ได้ลาจากกันแต่โดยดี เสียใจนะ อยากร้องไห้ แต่อยู่Officeอายเว้ย แค่นั่งน้ำตาหยดมานิดนึงนี่ก็อายจะแย่ ดีนะ ไม่มีคนเห็น จะคิดอะไรมากมาย ดีแล้วหล่ะ เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ที่เราต้องเสียใจ เฮ้อ อ่ะนะ อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้ ว่าอย่าริไปยุ่งกับคนที่เค้ามีเจ้าของแล้ว เพราะมันจะปวดใจ เวลาเค้าตัดใจจากอีกคนไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรก ที่มีคนมาจีบแล้วต้องhurt ใจหายหว่ะ จุ๊ ถ้าแกได้อ่าน โทรมาหาเค้าหน่อยก็ได้ คืนนี้หง่ะ ชั้นอยากร้องไห้ให้แกฟัง โอ๊ย ปวดใจ เอาวะ เดี๋ยวก็หาย ชีวิตมันไม่ได้มีแค่เรื่องรักๆไว้ให้ปวดหัวหรอก สู้ๆ จะตั้งใจทำงาน ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมเรียนต่อแล้ว จะไปให้ไกลๆ จากคนไม่รักกัน ^O^ ตอนจบ (พิมรอบสอง)แงแง เมื่อกี้พิมไปแล้วทีนึง แต่มันหายหง่ะเศร้าจาย
อ่ะนะ รออ่านกันอยู่ใช่มั้ยหล่ะ ว่าชีวิตรักครั้งนี้ของเค้าจะจบยังไง เฮ้อ มันจบแล้วหล่ะ เรารู้สึกว่าเค้าแคร์เราน้อยลงเรื่อยๆหง่ะ พอรู้สึกแบบนี้จะคบกันต่อไปทำไมให้ปวดใจใช่ป่ะ แต่จริงๆ เราไม่เคยจบกับใครแบบนี้นะ อันนี้คงจะจบแบบ ห่างๆกันไป ไม่รู้สิ จริงๆเราชอบแบบ Say Goodbye คุยกันให้clear จะได้ไม่ค้างใจว่า ที่เราคิดอยู่มันถูรึเปล่า แต่ครั้งนี้ คงไม่ต้อง เฮ้อ ถ้าถามว่าปวดใจมั้ย มันแน่นอนว่าปวดใจ แต่ ก็ไม่มากมายอะไร เพราะแค่เวลา 1 เดือนที่คบกัน เรามีเรื่องเสียใจ hurtปวดใจมาหลายครั้ง มันเหมือนเป็นการเตรียมอารมณ์ไว้แล้วหง่ะ หรืออาจเพราะว่า เรารู้ว่าวันนี้เราจะมีเพื่อนๆอยู่ข้างๆคอยซับน้ำตา อิอิ จุ๊ไม่ต้องห่วงนะ เสียดายอย่างนึง ที่Partyวันนี้ จะไม่มีฝนกับจุ๊ จริงๆเราอยากให้มีพวกแกอยู่ด้วยรู้ป่าว ในขณะเดียวกัน เราก็อยากไปอยู่ข้างๆแกเหมือนกันนะจุ๊
ขอบคุณเทป คุยกับแกเมื่อวาน รู้สึกฉลาดขึ้นเยอะเลย เราจะรอดูว่า จากLove painนี้ เราได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง อยากรู้ว่า เราจะเปลี่ยนไปบ้างรึเปล่า ไงหล่ะ "เชื่อคนที่รักเรา ดีกว่าเชื่อใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จัก" แต่เราก็ยังคิดอย่างงี้อยู่นะ
"ขอเวลาเศร้า ไว้อาลัยกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปซัก 1 คืน พรุ่งนี้จะกลับมาเป็นฉันคนเก่า" 10月4日 วันเกิดฉัน...เพิ่งมีเวลามาup เอาเป็นว่าวันเกิดปีนี้อนาจที่สุดในชีวิต แต่มันดีขึ้นได้เพราะมีเพื่อนๆนั่นแหล่ะ
ขอบคุณ คุณเมท ที่อดตาหลับขับตานอนเพื่อโทรมาHappy Birthdayเราเป็นคนแรก จากนั้นเป็นคุณแคมป์ตอนเที่ยงคืนครึ่ง คุณดาเป็นคนต่อมา แล้วก็เป็นคุณฝน ซักพักก็เห็นemail จากพี่นิด พี่ชายใจดีที่ไม่ลืมกัน ส่งของขวัญมาเป็นfile ppt คุณตี่มางงๆ จำไม่ได้ว่าวันเกิดเค้า อิอิ แต่ก็ได้ร้องเพลงHappy birthdayให้เค้าฟัง จากนั้นก็มีemailจากกุลrewriterสุดสวยจากUBC สองทุ่มสุภัคโทรมา แบบนี้ทุกปีหล่ะ ขอบใจนะแก สี่ทุ่มครึ่งคุณอธิกก็โทรมา "ไหนหมีเค้าหง่ะ" อีกสองวันต่อมาแนนก็ส่งcardมาให้เค้า ปีนี้ได้หมีมาจากคุณดาหนึ่งตัว นอนยู่บนเตียงเค้าเองหล่ะ ส่วนที่บ้าน ไม่ต้องพูดถึง วันเกิดก็เหมือนวันธรรมดาวันนึงที่ไม่ได้สำคัญอะไร
อันนี้มาเจอภาคเลวร้ายที่สุดของวันเกิดปุ้ยบ้าง หลังจากที่ "เธอ" ได้หายไปจากชีวิตเราวันครึ่ง เราก็คิดว่า เอ๊ะ surprise birthday หรือจริงๆแล้วมีอะไรเปลี่ยนไป ปรากฏว่า 5 โมงเย็น "แฟนเธอ"โทรมา บอกว่า เนี่ย "เธอ"โทรมาหาบ่อยมากๆ สงสัยจะโทรมาง้อ แล้ว "แฟนเธอ" ยังถามอีกว่า ตอนนี้ยังคุยกันอยู่รึเปล่า เราก็บอกว่าก็คุยปกติ ไม่ได้หายไปไหนนินา แล้ว "แฟนเธอ" ก็ถามอีกว่า "เธอ"พูดว่าไงบ้าง เราก็ตอบไปตามตรงว่า "ก็เห็นบอกว่า ไม่อยากเลิกกันไปแล้วกลายเป็นคนไม่รู้จัก ก็เลยโทรไปแนวเพื่อน" ได้ยินดังนั้น "แฟนเธอ" ก็ตัดสินใจวางหูไป อีกพักนึง "แฟนเธอ" โทรกลับมาใหม่ บอกว่า ให้เราเลิกยุ่งกะ "เธอ" นะ เพราะเค้าตัดสินใจกลับไปคบกันแล้ว เราก็บอกว่า อันนี้ก็แล้วแต่ "เธอ"อ่ะนะ ถ้า "เธอ" ยังมายุ่งกะเราอยู่เราก็ช่วยไม่ได้ เพราะเราก็รู้สึกดีๆกับ"เธอ"เหมือนกัน ได้ยินดังนั้น เธอพูดกลับมาว่า แต่ "เธอบอกว่าไม่เคยรู้สึกอะไรกับเราเลย" ได้ยินแล้วก็อึ้ง อยากร้องไห้ อ้าว ที่ผ่านมาเราคิดไปเองหรอ ที่ผ่านมาเราดู"เธอ"ผิดไปที่คิดว่ารักกันอ่ะหรอ ความคิดวิ่งไปวิ่งมาในหัว คิดว่าเชื่อ"แฟนเธอ"ได้มั้ย เราเคยบอก"แฟนเธอ"ไปครั้งนึงว่า เราเลือกที่จะเชื่อคนที่เรารัก เราคิดว่า คนที่เรารักน่าจะhurtเราได้น้อยกว่าใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จักกัน จริงอยู่ ที่ถ้ารู้ว่าคนที่เรารักโกหก มันคงปวดใจมากมาย แต่ก็ขอเลือกเชื่อ"เธอ"ละกัน แต่พอมาวันนี้ เราเลือกที่จะเชื่อ"แฟนเธอ" เพราะมันมีเรื่องแปลกๆตั้งแต่วันอาทิตย์ อยู่ๆก็หายไป ไม่โทรมา ทั้งๆที่เราอยู่กะเพื่อนจริงๆ "เธอ"บอกว่า"เธอ"งอนเพราะคิดว่าเราอยู่กับคนอื่น ปรากฏว่าเราก็ตัดสินใจส่งsmsไปว่า "จบ.. ทีหลังอย่าทำแบบนี้กับใครอีก" ในใจก็คิดว่า "ทำไมต้องเป็นวันเกิดกรู แล้วงี้วันเกิดทั้งปีจะไม่ต้องนั่งร้องไห้น้ำตานองหรอเนี่ย" กลับไปบ้านตั้งใจว่า จบไม่โทรหาแล้ว แต่พอได้คุยกะตี่ ตี่ก็บอกว่าเชื่อ"แฟนเธอ"ได้ไง คนที่เราควรเชื่อคือ"เธอ"ตะหาก ก็เลยโทรไป ก็ไม่รับ อ้าว กรรม แล้วเธอก็โทรกลับมา เราก็เลยบอกเธอไปว่า "อยากได้ยินว่าไม่รักกัน จะได้ไปง่ายๆหน่อย" ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆหง่ะ ถ้าไม่เคยรู้สึกอะไรก็บอกมาไรเงี้ย จำไม่ได้ว่าคุยไรไปมั่ง รู้แต่ว่า ความรู้สึกดีๆมันกลับมา จริงๆมันก็ไม่ได้หายไปหรอก สงสัยคงไปแอบหลืบไหนซักที่
เราคิดว่า ไม่เข้าใจ ทำไมคนไม่รู้จักกันต้องจ้องแต่จะทำร้ายกัน เรากับ"แฟนเธอ"ไม่ได้รู้จักกันซะหน่อย ทำไมเค้าต้องพูดอะไรเพื่อทำร้ายจิตใจเราตลอด เราไม่เคยคิดจะทำร้ายจิตใจ "แฟนเธอ" เลย มันอาจจะผิดที่เราเหมือนจะไปแย่ง"เธอ"มา แต่เข้าใจมั้ย ว่าเราไม่ใช่คนเดินเข้าไปหา เค้ามาหาเราเองหง่ะ แล้วเราก็คิดว่า ถ้า"เธอ"ไม่ได้รัก"แฟนเธอ"แล้ว จะคบกันอยู่ทำไม เสียเวลากันทั้งคู่ เฮ้อ
"ไม่รู้ทำไม เวลาจะไป ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลิกทีไร สุดท้ายก็เป็นชั้นเอง ที่เสียใจ"
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|